รสชาติต่างๆ Omega 3

Omega-3 รสชาติต่างๆ Omega 3

สำหรับเนื้อหาบทความนี้จะขอพูดถึงรสชาติต่างๆของอาหารว่ารสนั้นๆหากเราทานมากจนเกินไปมันจะมีข้อเสียหรือไม่อย่างไร ถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวเราเป็นอย่างมากครับ เพราะเราต้องกินทุกวันอยู่แล้ว แต่กินรสไหนอย่างไรให้ปลอดภัยเนื้อหาวันนี้เรามีคำตอบให้ครับ รับรองว่าได้ความรู้ไปเต็มๆไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

รสเค็ม ความเค็มนั้นหลักๆแล้วมันชอบแอบครับ ชอบแอบที่ว่านี้ก็คือแอบความเค็มไว้นั่นเอง และอาหารที่มักชอบแอบความเค็มไว้ก็ได้แก่ ขนมกรุบกรอบต่างๆ ขนมปังต่างๆ แคร๊กเกอร์ บะหมี่สำเร็จรูป ไก่อบ ไก่ทอด แม้กระทั่งอาหารที่เป็นกระป๋องทุกประเภทเลยนะครับ เพราะเขาใส่เกลือลงไปนั่นเองครับ เนื่องด้วยเพื่อให้อาหารนั้นๆมีอายุได้นานครับ หากเข้าใจง่ายก็เป็นการถนอมอาหารนั่นเอง แม้กระทั่งซอสต่างๆมากมายหลายชนิด จะมีสีสันอะไรก็แล้วแต่ล้วนแต่มีความเค็มด้วยกันทั้งนั้นครับ แต่สามารถกินได้ครับ แต่ต้องไม่กินทุกวันหรือเป็นประจำ หรือไม่กินมากจนเกินไปนั่นเอง ถามว่าทำไม ก็หากเรากินเค็มๆมากเข้าทุกวันนั้น แน่นอนครับโรคที่จะถามหาก็คือโรคไตนั่นเองครับ รวมไปถึงอาจจะทำให้ความดันสูง อาจจะทำให้เป็นโรคหัวใจ รวมไปถึงอาจจะเป็นโรคอัมพฤกษ์ ได้ และมีอาการบวมน้ำอยู่เสมอๆ หากร้ายแรงถึงกับจะทำให้หัวใจวายได้นะครับ และอาจจะเป็นสาเหตุของโรคริดสีดวงได้นั่นเอง บางทีอาจเกิดอาการปวดหัวขึ้นมาทันทีทันใด หรือไมเกร็นขึ้นมาเลยอย่างไม่ทราบสาเหตุ แท้ที่จริงแล้วก็คือมันเป็นการขาดน้ำเนื่องมาจากความเค็มนั่นเองครับ

รสเปรี้ยว รสนี้สำหรับตัวผมชอบเลยละ แต่ผมจะทานไม่เปรี้ยวมากนักแค่เปรี้ยวนิดๆก็พอแล้ว แต่บางคนอาจจะทานแบบว่าเปรี้ยวจัดก็เป็นได้ครับ หลายๆคนอาจจะเข้าใจว่าเมื่อเราทานรสที่มีความเปรี้ยวแล้วนั้นจะทำให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันทีเลย เช่น เวลาเราง่วงนอนเราก็ทานมะขามเปรี้ยจัดๆซะเลย หายง่วงเลย อิอิ แต่ความจริงแล้วนั้นความเปรี้ยวมันจะเป็นตัวกระตุ้นตับและถุงน้ำดีให้ปล่อยน้ำย่อยออกมาในการดูดซึมของร่างกาย แต่รสเปรี้ยวนั้นมันจะต้องได้มาจากธรรมชาติครับ ซึ่งยกตัวอย่าง เช่น น้ำมะนาว น้ำส้ม น้ำมะขาม หรือทานมะขามสดๆเลยก็ได้ เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้จะได้คุณค่าสารอาหารอย่างครบครันเลยทีเดียว แต่ในทางตรงกันข้ามกรณีความเปรี้ยวซึ่งได้มาจากการสังเคราะห์ ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่จะส่งผลเสียและเป็นอันตรายต่อร่างกายของเราอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะทำให้ท้องเสียอย่างฉับพลันก็เป็นได้ครับ บางครั้งอาจเกิดอาการร้อนในเนื่องด้วยสารเคมีนั่นเอง ทั้งนี้อาจจะทำให้ระบบน้ำเหลืองทำงานผิดปกติ เนื่องด้วยต้องสร้างภูมิคุ้มกันกำจัดสารเคมีหรือสารที่แปลกปลอมเข้ามาในร่างกายของเราให้ออกไป

รสเผ็ด ความจริงแล้วคนไทยคุ้นเคยกับรสชาติเผ็ดกันอยู่แล้วละครับ ยิ่งส้มตำปูปลาหร้าเผ็ดๆแซ่บๆนะ อย่าบอกใครเชียว อิอิ ทีจริงรสเผ็ดพอประมาณไม่ต้องมากนักจะดีมาก เนื่องด้วยจะทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดลมเรานั้นทำงานได้ดี แต่หากเผ็ดมากจนเกินไปล่ะ ที่เห็นๆเด่นชัดเลยคือต่อมไขมันของเรามันจะทำงานมากขึ้น เกิดสิวขึ้นได้ และหากเราทานเผ็ดที่รสจัดจนเกินไปมันจะทำให้หัวใจของเราทำงานมากขึ้น เนื่องด้วยเลือดมันจะทำการสูบฉีดเร็ว และผ่านหัวใจค่อนข้างเร็ว และจะเห็นอาการเด่นชัดเลยก็คือหน้าแดงนั่นเองครับ อาจจะเสี่ยงก่อให้เกิดโรคหัวใจในอนาคตก็เป็นได้ครับ ดังนั้นทานเผ็ดพอประมาณจะดีสุดครับ

รสหวาน เชื่อว่าหลายๆท่านชอบทานกันพอสมควรละครับสำหรับรสหวาน รสนี้จัดได้ว่าอยู่ในหมวด Carbohydrate นั่นเอง ก็สังเกตุง่ายๆนะครับว่าหากเราทานรสชาติหวานเข้าไปแล้วมันจะทำให้เราสดชื่นขึ้นมาทันที หรือรสหวานนั้นจะทำให้ร่างกายของเรากระปี้กระเปร่าขึ้นมาทันทีเลย แต่ข้อเสียก็มีครับในกรณีหากเราทานมากจนเกินไปแน่นอนน้ำตาลในเลือดของเรามันจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานนี่ต้องห้ามเด็ดขาดเลยครับ อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญนั้นจะทำให้ตับอ่อนทำงานหนักหากเราทานหวานมากจนเกินกว่าร่างกายของเราต้องการ เพราะตับอ่อนจะทำหน้าที่ขจัดความหวานออกไปจากร่างกายของเรานั่นเอง ตับอ่อนมันจะผลิตอินซูลินออกมานั่นเอง

ต่อด้วยความรู้อีกหน่อยเกี่ยวกับ โอเมก้า 3 [Omega-3] กันสักเล็กน้อยละกันนะครับ Omega 3 นี้เป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัวและก็ยังสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเราได้อีกด้วย ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่างๆ ยกตัวอย่าง เช่น โรคหลอดเลือดตีบ ลดคอเลสเตอรอล โรคหัวใจ เป็นต้น Omega 3 ทั้งนี้ยังสามารถสร้างความสมดุลให้กับร่างกายของเราอีกด้วย ลดการอักเสบ ลดความหนืดของเลือดภายในร่างกายของเราได้อีกด้วย ว๊าว! หากถามว่าร่างกายคนเราต้องการ Omega 3 มากน้อยแค่ไหน สั้นๆต้องการตลอดเวลาเลยครับ แล้วเราจะหา Omega 3 ได้จากที่ไหนบ้างล่ะ

Omega 3 เราหาได้ไม่ยากครับ จะอยู่ในปลาทะเลน้ำลึกนั่นเอง หาซื้อได้ทั่วไปแต่ราคาค่อนข้างสูงหน่อยนะครับ เช่น ปลาแมคเคอเรล ปลาแซลมอน ปลาทูน่า เหล่านี้เป็นปลาทะเลน้ำลึกจะมี Omega 3 ค่อนข้างสูงครับ แต่เราหาซื้อราคาที่ไม่แพงดีกว่านะ หาซื้อง่ายด้วยจ่ายไหวแน่นอน นั่นคือ ปลาทู นั่นเองครับ และก็มีสารอาหาร Omega 3 ไม่แพ้ปลาน้ำลึกที่กล่าวไว้ข้างต้นอย่างแน่นอน ในปลาทูจะมี Omega 3 อยู่เยอะมากพอสมควรเลยครับ ใน 1 ขีด ปลาทูจะมี Omega 3 ประมาณ 2-3 กรัมเลยทีเดียว ส่วนร่างกายของคนเราต้องการ Omega 3 มากน้อยแค่ไหนล่ะ ร่างกายคนเราวันหนึ่งต้องการ Omega 3 ไม่เยอะครับแค่ 3 กรัมเท่านั้น เข้าใจง่ายๆเรากินปลาทูตัวเดียวต่อวันร่างกายเราก็ได้ Omega 3 เพียงพอแล้วครับ ยิ่งน้ำพริกปลาทูแล้วละก็ แซ่บ! เลย ยิ่งหากได้เมนู แกงไตปลา มาอีกด้วยล่ะก็ Omega 3 จะหนีไปไหนเสีย แถมยังได้แคลเซียมและก็วิตามิน โปรตีน อีกต่างหาก คุ้มเกินค่าเลย!

Tips ไม่ว่าจะรสเค็ม รสเปรี้ยว รสหวาน รสเผ็ด หากเราทานมากจนเกินไปแน่นอนแทนที่จะเป็นประโยชน์กับได้โทษมาแทน ก็ความจริงแล้วเอาแค่พอดีๆไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่เหมาะที่สุดครับ ไม่เว้ณแม้กระทั่งการกิน กินพอดีๆไม่มากและไม่น้อยจนเกินไปเกิดผลดีต่อร่างกายของเราแน่นอน ที่จริงผมเชื่อว่ารู้กันดีอยู่แล้วครับข้อนี้ ก็เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยนำมาฝากกันครับ ส่วน Omega 3 หาซื้อง่ายๆจากปลาทูนั่นละครับ และไม่จำเป็นต้องซื้อปลาราคาแพงๆ เข้าใจตรงกันนะ!





ยอดเข้าชม 687 views